top of page

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งต่อมไทรอยด์และการรักษาด้วยสารรังสีไอโอดีน (I-131)


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งต่อมไทรอยด์และการรักษาด้วยสารรังสีไอโอดีน

1. เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์แล้วรักษาได้หรือไม่

มะเร็งต่อมไทรอยด์มีหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นชนิด Papillary และ Follicular ซึ่งสามารถรักษาได้ และผลการรักษาอยู่ในระดับดีมาก มีรายงานการรอดชีวิตที่ 20 ปี สูงถึงประมาณ 80% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ

2. มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Papillary และ Follicular มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง

การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ ชนิด Papillary และ Follicular จะประกอบด้วยการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ตามด้วยการรับประทานสารรังสีไอโอดีน และยาฮอร์โมนไทรอยด์ตามลำดับ ซึ่งยาฮอร์โมนไทรอยด์นั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิต

3. การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยวิธีรับประทานสารรังสีไอโอดีน มีวิธีการรับประทานที่ลำบากหรือไม่

ไม่ลำบาก สารรังสีไอโอดีน หรือที่รู้จักกันในนาม "น้ำแร่รังสี" มีอยู่ 2 รูปแบบ คือรูปแบบที่เป็นของเหลวมีลักษณะใส ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส) และรูปแบบที่เป็นแคปซูล

4. การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยการรับประทานสารรังสีไอโอดีน ต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลหรือไม่

กรณีผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่รักษาด้วยการรับประทานสารรังสีไอโอดีนปริมาณสูงจำเป็นต้องเข้าพักในโรงพยาบาลเพื่อแยกตัวไม่ให้ผู้อื่นได้รับรังสีจากตัวท่านโดยห้ามออกนอกห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งระยะเวลาเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล ประมาณ 3-7 วัน หรือจนกว่ารังสีจะถูกขับออกจากร่างกาย จนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อคนรอบข้าง และไม่อนุญาตให้ญาติเฝ้า แต่สามารถเข้าเยี่ยมได้ครั้งละไม่เกิน 15 นาที หรือตามเวลาที่กำหนดหน้าห้องพัก

5. ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีนมีอะไรบ้าง จะเหมือนการได้รับเคมีบำบัดหรือไม่

การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดทั่วๆไปแล้ว จะพบว่า ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นน้อยกว่าการให้เคมีบำบัดมาก เพราะเป็นการรักษาที่เฉพาะเจาะจงกับเซลล์ของต่อมไทรอยด์ โดยสารรังสีไอโอดีนที่รับประทานจะเข้าไปจับต่อมไทรอยด์และเซลล์มะเร็ง อย่างไรก็ดี มีสารบางส่วนเข้าไปจับในกระเพาะอาหารและต่อมน้ำลาย จึงอาจพบผลข้างเคียงได้บ้าง เช่น

  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ผู้ป่วยน้อยรายที่อาจจะมีอาเจียนด้วย โดยทั่วไปแล้วอาการเหล่านี้จะดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง

  • ต่อมน้ำลายอักเสบ พบประมาณ 10-30% ผู้ป่วยจะมีอาการปวดและบวมที่ต่อมน้ำลาย ทั้งนี้อาการขึ้นอยู่กับปริมาณของสารรังสีไอโอดีนที่ใช้รักษา ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการดื่มน้ำมากๆ อมลูกอมรสเปรี้ยว หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง

6. เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ห้ามรับประทานอาหารชนิดใดบ้าง

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ ไม่จำเป็นต้องงดเว้นอาหารใดเป็นพิเศษ ยกเว้นช่วง 2 สัปดาห์ก่อนรับประทานสารรังสีไอโอดีน และ 1 สัปดาห์หลังการรักษาซึ่งแพทย์และพยาบาลจะแจ้งให้งดรับประทานอาหารที่มีสารไอโอดีนสูง เพื่อให้ต่อมไทรอยด์และเซลล์มะเร็งไทรอยด์สามารถจับสารรังสีไอโอดีนได้ดีขึ้น ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ซึ่งหากพ้นช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

  1. อาหารอะไรบ้างที่มีสารไอโอดีนสูง อาหารที่มีสารไอโอดีนสูง ได้แก่

  2. อาหารทะเลทุกชนิด เช่น สัตว์ และพืชทะเล ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก สาหร่ายทะเล เป็นต้น

  3. เกลือเสริมไอโอดีน หรือเรียกอีกอย่างว่า “เกลืออนามัย” สำหรับเกลือที่ได้จากทะเลที่ไม่ได้เติมสารไอโอดีนลงไปนั้นสามารถรับประทานได้ เพราะถือว่าปริมาณไอโอดีนน้อยมากๆ เนื่องจากขั้นตอนในการทำเกลือทะเลนั้น ทำให้สารไอโอไดด์สูญสลายเป็นจำนวนมาก

  4. น้ำปลาเสริมไอโอดีน ไข่เสริมไอโอดีน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีการเสริมไอโอดีน และอาหารอื่นๆ ที่การเติมสารไอโอดีนลงไป ซึ่งท่านสามารถดูได้จากการอ่านฉลาก ซึ่งอาหารที่มีการเติมสารไอโอดีนลงไป ฉลากจะมีการระบุถึงปริมาณไอโอดีนที่มีอยู่ในอาหาร

ข้อมูลโดย: สาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

LINE_SOCIAL_Circle.png
bottom of page